วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตำนานนางพญางูขาว



ตำนานนางพญางูขาว

http://www.nunnies.com/wp-content/uploads/2012/05/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%87-11.jpg 

ไฟล์:Long Gallery-Legend white snake.JPG

นางพญางูขาว (อังกฤษ: Legend of the White Snake, Madame White Snake, Lady White Snake ; จีนตัวเต็ม: 白蛇傳; จีนตัวย่อ: 白蛇) เป็นนิทานพื้นบ้านของชาวเมืองหังโจว หรือหางโจว ถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง อีกทั้งยังเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์อะนิเมะ ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์อะนิเมะเรื่องยาวเรื่องแรกของญี่ปุ่นด้วย

ประวัติการประพันธ์
ภาพวาดตำนานนางพญางูขาว จากพระราชวังฤดูร้อน ในกรุงปักกิ่ง
นางพญางูขาวปรากฏโฉมครั้งแรกในวรรณกรรม จองจำงูขาวชั่วนิรันดร์ในเจดีย์เหลยเฟิง   (白娘子永鎮雷峰塔) ในบันทึกจิ่งซื่อทงเหยียน (警世通言) ของเฝิง เมิ่ง หลง (馮夢龍) โดยบันทึกดังกล่าวถูกค้นพบในระหว่างยุคราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 - ค.ศ. 1644)นางพญางูขาว กล่าวถึงเรื่องราวของบัณฑิตหนุ่มที่ตกหลุมรักสตรีผู้โสภานางหนึ่ง สตรีผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นปิศาจงูขาวที่จำแลงกายมา พระเถระมีความต้องการช่วยเหลือบัณฑิตหนุ่มให้พ้นจากการดูดกลืนวิญญาณของปิศาจงูขาว จึงได้ต่อสู้กับปิศาจงูขาว และจับนางไปจองจำไว้ใต้เจดีย์เหลยเฟิง (ฟ้าคำรณ)
เมื่อกาลเวลาผ่านไป ได้มีการเพิ่มเติมเสริมแต่งรายละเอียดต่างๆ มากขึ้น โดยนางพญางูขาวได้กลายเป็นตำนานความรักอันลึกซึ้งระหว่างบัณฑิตหนุ่ม กับปิศาจงูขาว ซึ่งบำเพ็ญตบะมาเป็นระยะเวลากว่า 1,000 ปี ได้จำแลงกายเป็นมนุษย์ในรูปของหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตางดงาม มีนามว่า ไป๋ซู่เจิน ความรักของทั้งสองถูกขัดขวางโดยพระเถระฝาไห่ (ธรรมสาคร) เนื่องจากความรักระหว่างคนกับปิศาจไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ เพราะผิดกฎสวรรค์ แต่ละเรื่องราวก็มีตอนจบและรายละเอียดอื่นๆ แตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน เช่น บางเรื่องกล่าวว่างูขาวเป็นสัตว์เลี้ยงที่บัณฑิตเลี้ยงไว้ขณะยังเป็นร่ำเรียนหนังสือ หรือบางเรื่องก็เล่าว่าบัณฑิตหนุ่มถูกขับไล่จากสวรรค์ให้ลงมาเป็นมนุษย์ธรรมดา หรือแม้แต่บัณฑิตหนุ่มเคยช่วยชีวิตงูขาวเอาไว้ งูขาวจึงจำแลงกายกลับมาตอบแทนบุญคุณก็มี
ส่วน เสี่ยวชิง ซึ่งเป็นตัวละครที่ถูกเพิ่มเติมขึ้นมา ก็มีการกล่าวถึงในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน โดยมีทั้งเป็นงูเขียว งูดำ หรือแม้แต่ปลาไน ซึ่งบทบาทของเสี่ยวชิงจะมาในรูปแบบของผู้ช่วยที่ใกล้ชิดของไป๋ซู่เจิน อาจเป็นน้องสาว หรือคนรับใช้

แหล่งอ้างอิง

ตำนานทะเลสาบซีหู



ตำนานทะเลสาบซีหู

http://www.oknation.net/blog/home/album_data/817/22817/album/20698/images/179721.jpg 

ทะเลสาบซีหูของเมืองหังโจวทางภาคตะวันออกของจีน มีทิวทัศน์สวยงามเป็นที่ติดตาต้องใจของนักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างประเทศมาตั้งแต่โบราณกาล เมื่อทศวรรษ 1300 มาร์โคโปโล นักท่องเที่ยวผู้มีชื่อเสียงของอิตาลีเดินทางไปถึงเมืองหังโจว และชมทะเลสาบซีหูว่า ตัวอยู่ซีหู เสมือนนั่งอยู่บนสวรรค์
ทะเลสาบซีหูคือไข่มุกแห่งเมืองหังโจว เมืองเอกมณฑลเจ้อเจียงทางภาคตะวันออกของจีน สามด้านล้อมรอบด้วยภูเขา น้ำในทะเลสาบใสสะอาดงดงาม เขื่อนไป๋และเขื่อนซู เสมือนเข็มขัดเขียวสองเส้นลอยอยู่ในทะเลสาบ เป็นเขื่อนดินยาวสองเขื่อนที่ตั้งชื่อตามนามสกุลของซูตงโพและไป๋จวีอี้ กวีผู้มีชื่อเสียงของจีน นักท่องเที่ยวเดินบนเขื่อนดิน ชมดอกไม้หลากสีและต้นไม้สีเขียวโดยรอบบริเวณ มองแสงสะท้อนของน้ำในทะเลสาบและภูเขาที่ห่างไกลออกไป เดินไปชมไปเป็นที่จับใจยิ่งนัก ทะเลสาบซีหูมีทิวทัศน์สวยงามตลอดปี เป็นที่จับใจของกวีและนักประพันธ์ทุกยุคทุกสมัย พวกเขาต่างใช้ปลายพู่กันเขียนพรรณนา ชื่นชมความสวยงามของทะเลสาบซีหูสุดความสามารถ ไป๋จวีอี้ กวีผู้มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ถังได้แต่งบทกวีว่า เว่ยเหนิงเพาเต๋อหางโจวชี่ อีป้านโกวหลิวสื้อฉื่อหูหมายความว่า การที่จากเมืองหางโจวไปไม่ได้ ก็เพราะติดใจทะเลสาบนี้ ส่วนใหญ่ สะท้อนถึงความหลงใหลทะเลสาบซีหูของเขา ส่วนซูตงโพ กวีในสมัยราชวงค์ซ่งก็เปรียบทะเลสาบซีหูเป็น ไซซี4 สาวงานแห่งแดนมังกร โดยแต่งบทกวีว่า สุ่ยกวางเลี่ยนเอี้ยนฉิงฟางห่าว ซานสื้อคงเหมิงอวี่อี้ฉี อวี้ป่าซีหูปี่ซีจื่อ ต้านจวงหนงโม่จ่งเซียงอี๋ซึ่งมีความหมายว่า แสงสะท้อนคลื่นซัดสาดอากาศดี เขาสลัวมัวมืดฝนมาแปลก ใคร่เปรียบซีหูดั่งไซซี แต่งหน้าหนาบาง ล้วนเหมาะดีบทกวีนี้กลายเป็นบทกวีชื่นชมทะเลสาบซีหูที่มีชื่อเสียงเลื่องลือนับพันปี
เมื่อพูดถึงทะเลสาบซีหู ผู้คนจะนึกถึงทิวทัศน์ 10 อย่างในทะเลสาบซีหูที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นั่นก็คือ วสันตฤดูในเขื่อนซูตี สระบัวชวีย่วน พระจันทร์ฤดูใบไม้ร่วงที่ทะเลสาบผิงหู หิมะประปรายบนสะพานขาด ฟังเสียงนกบนต้นหลิ่ว ชมมัจฉาที่ฮวากั่ง เสียงระฆังเย็นย่ำที่หนันผิงและยอดเขาคู่สูงเสียบเมฆ

แหล่งอ้างอิง

ภูเขาไฟฟูจิ ( Fuji )



ภูเขาไฟฟูจิ ( Fuji )

        ภูเขาไฟฟูจินี้เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นเรียกภูเขาไฟฟูจิว่า ฟูจิซัง (Fujisan– 富士山) มีความสูงราว 3,776 เมตร (12,388 ฟุต) จากวัดเส้นรอบวงของภูเขาไฟฟูจิวัดเส้นรอบวงได้ประมาณ 100 กิโลเมตร (โอ้ใหญ่มั่ก ๆ) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิซึโอะกะ และจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดโตเกียว ภูเขาไฟฟูจิเคยระเบิดมาแล้วซึ่งครั้งหลังสุดที่ระเบิดคือเมื่อปี พ. ศ. 2250 (ค.ศ. 1707) ซึ่งตรงกับยุดเอโดะ

ภูเขาไฟฟูจิ ( Fuji )  


          เชื่อว่ามีผู้ปีนเขาฟูจี ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1206 โดยนักบวชท่านหนึ่ง และในช่วงระหว่างนั้นจนถึงยุคเมจิ ภูเขาฟูจิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้นเขา โดยในปัจจุบันภูเขาฟูจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภูเขาฟูจิได้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่างๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมญี่ปุ่นและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมาย ภูเขาฟูจิยังเป็นฐานทัพของซามูไรต่างๆมากมายจากยุคอดีต เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบัน ฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฟูจิ  
 นักปีนเขาที่มาท้าทายภูเขาไฟฟูจิ 


          บริเวณโดยรอบภูเขาไฟฟูจิมีสวนสาธารณะ มีสถานที่ว่ายน้ำ อาบน้ำ มีทะเลสาบกว้างใหญ่ และทัศนียภาพที่งดงาม ชาวญี่ปุ่นทุกคนต้องดินทางมาเที่ยวที่ ภูเขาไฟนี้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนยอดเขา การที่ปีนภูเขาไฟฟูจิในตอนกลางคืนเพราะเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วเราก็จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นพอดี ซึ่งสวยงามมาก ส่วนมากแล้วชาวญี่ปุ่นจะใช้เวลาประมาณ 2 วันในการปีนภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งระหว่างทางก็จะมีที่พักให้สำหรับนักปีนเขาอยู่ตลอดทาง ข้างบนยอดเขาฟูจินั้นยังมีโทรศัพท์และตู้ไปรษณีย์ สำหรับผู้ที่สนใจจะปีน ก็สามารถซื้อไม้ที่เชิงเขา เพื่อที่จะเอาไว้ ทำเครื่องหมายในแต่ละจุดที่เดินผ่าน

                       จุดพักของนักท่องเที่ยว 


          และรอบๆฟูจิซังจะมีทะเลสาบอยู่ห้าแห่ง ทะเลสาบที่ค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันมากที่สุดก็คือทะเลสาบที่ชื่อว่าฮาโกเนะ ซึ่งบริเวณนั้นจะมีจุดท่องเที่ยวหลายๆแห่งให้เราแวะเข้าไปเที่ยวชม และมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้ทำนอกเหนือไปจากการมองเห็นฟูจิซังแบบใกล้ๆเต็มๆตา อย่างเช่นการนั่งเรือข้ามทะเลสาบ นั่งโรปเวย์ข้ามภูเขา นั่งรถราง มีพิพิธภัณฑ์ มีเหมืองแร่ และน้ำพุร้อนที่สามารถต้มไข่ให้สุกได้ การเดินทางจากโตเกียวไปยังฮาโกเนะก็ไม่ยากเลย มีทั้งรถไฟ รถบัส แต่ทางที่สะดวกก็คงจะเป็นรถไฟซึ่งมีตลอดเวลา        

แหล่งอ้างอิง